top of page
Search

まとめ

  • Pizza&Taco
  • May 15, 2020
  • 2 min read

คิดมาตลอดที่ยังไม่ลงวิชานี้สักทีเพราะตัวเองยังไม่พร้อม

ทั้งสกิลภาษาญี่ปุ่น ทั้งงานวิชาการด้านภาษาศาสตร์ที่ยังอ่านไม่ค่อยเข้าใจ

ทั้งที่เคยเรียนกับอ.กนกวรรณตอนปี 2 อาจารย์น่ารักมาก สอนดีมากกก

เเต่ "ความกลัว" ก็รั้งตัวเองไว้ตลอด

.

.

.

การลงวิชานี้ในครึ่งเทอมหลัง

สำหรับเราเเล้วคือ "การก้าวข้ามความกลัวเเละยอมรับตัวเอง"

ไม่มีทางที่เราจะพร้อมตลอด อะไรก็เกิดขึ้นได้



App JP Ling ให้ความรู้สึกว่า


ไม่พร้อม ไม่ต้องกลัว อาจารย์จะพาเราไปเอง !


ขอบคุณอ.มาก ๆ ที่สอนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

อดทนกับความผิดพลาดระหว่างเรียนได้

เเละพร้อมที่จะสอนให้ใหม่อย่างเปิดใจ

ให้คนขี้กังวลเเละไม่พร้อมอย่างเราได้โอกาสเข้าใจภาษาศาสตร์ประยุกต์

.

.

.





Blog สุดท้ายนี้

จะเป็นการเล่าความประทับใจ

เเละ 内省 ของตัวเอง

หวังว่าจะสามารถสื่อสารออกไปได้ครบถ้วนนะ :)






ความประทับใจเกี่ยวกับวิชา App Jp Ling

ส่วนนึงเลยที่ชอบมาก ๆ ในวิชานี้คือ

การได้ Feedback ที่ชี้ข้อผิดพลาดพร้อมอธิบาย เเละ การได้อ่านงานของคนอื่น


เริ่มจากข้อเเรก ที่ผ่านมาจะรู้ว่าผิด เเต่ไม่รู้ว่าผิดอย่างไร

ทำให้คิดเอาเองว่า อาจารย์ไม่เข้าใจเนื้อหา หรือ เเกรมม่าร์ทำให้เนื้อหาเพี้ยนกันเเน่ ??

เลยชอบที่ Feedback ของอ.กนกวรรณเเละอ.ยามาดะ เเยกเป็นสองพาร์ท

คือ พาร์ทเนื้อหาเเละพาร์ทเเกรมม่าร์ ทำให้เราเคลียร์ข้อสงสัยว่า พาร์ทไหนที่มีปัญหา ?


ก่อนหน้านี้เป็นคนกังวลมากว่ากลัวที่เขียนไปไม่รู้เรื่อง สื่อสารไม่ได้

เเต่การได้ FB อย่างนี้ทำให้เราเข้าใจว่าพาร์ทเนื้อหา ต้องเพิ่มตรงไหน ย่อยประโยคตรงไหนให้ดู simple มากขึ้น(ตัดส่วนขยายบ้าง) เรียบเรียงใหม่ เพื่อที่จะทำให้เนื้อหาเราเข้าใจง่ายขึ้น


หรืออย่างพาร์ทเเกรมม่าร์ ทำให้ทุกครั้งต้องกลับมา revise ว่าประธานกับกริยาไปด้วยกันไหม ละประธานออกเเล้วเนื้อหาไม่เพี้ยนใช่ไหม



(ขออนุญาตเขียนตัวอย่างอย่างละเอียดเพื่อให้เห็นภาพ โปรดอย่ามองว่าออกทะเล)


เช่น ในวิชานี้ได้เขียน


Story-telling 2 เรื่อง

( 整形美人 & 赤ちゃん )


空想作文 2 เรื่อง

( แก้เรื่องผี & 明るいサンシャイン )




พาร์ทเนื้อหา


- งานกลุ่ม


ใน 整形美人 โดน FB กลับมาว่าเนื้อเรื่องเรียบเกินไปเพราะกลุ่มเราเล่าเหตุการณ์เเบบไม่มี Climax

งานชิ้นนี้เราคิดเเละเขียนในคาบ เลยเน้นเรื่องเป็นเส้นตรงให้จบทันเวลาเลิกเรียนเเทน

ต่อมาใน 赤ちゃん เลยใช้  てしまう เพราะจะได้ดูเหมือนว่าไม่คาดคิดว่าผลจะออกมาเป็นอย่างนี้ กลายเป็น FB ว่าใช้เยอะเกินไปอีก 555 เนื้อหาสะดุด

เริ่มมาลงตัวที่ งานเเก้เรื่องผี เป็นงานกลุ่มชิ้นสุดท้ายที่ได้คุยเยอะกับเพื่อนในกลุ่มเยอะที่สุด ทุกคนเติมเเต่งเรื่องใน docs เเละเเก้เอกสารไปพร้อมกับคุย zoom ทำให้สามารถเเสดงไอเดียมาเต็มที่เเละตัดทิ้งไปเยอะมาก เพราะตามความเห็นเพื่อนเเล้วต้องทำให้เนื้อเรื่อง กระชับเเละไม่งง พร้อมต้องสนุกตรงจุด climax เหมือนที่เรียนมา งานชิ้นนี้ได้ FB ดีสุด



- งานเดี่ยว 空想作文


พอคิดพล็อตได้ ให้เพื่อนอ่านก่อนเลย เเก้ตั้งเเต่พล็อต เเล้วค่อยลงมือเขียนภาษาญี่ปุ่น พอเขียนเสร็จก็ให้เพื่อนเช็คเนื้อเรื่องอีกที เพราะการเล่าเรื่องภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นไม่เหมือนกัน มีเปลี่ยนบางส่วน ถ้าตรงไหนอธิบายภาษาญี่ปุ่นยากก็จะใช้วิธี 言い換える เลยต้องให้เพื่อนอ่านอีกทีว่าเข้าใจเหมือนตอนที่อ่านภาษาไทยมั้ย สำหรับ FB ส่วนเนื้อหาโดนมา 2 จุดตรงเหมือนกับตอนที่เพื่อนคอมเม้นท์ให้เลย (ส่งไปก่อนเพราะไม่รู้ว่าอาจารย์จะงงจุดเดียวกับเพื่อนมั้ย สรุปงงจริงด้วย5555 เเสดงว่าจุดนี้เขียนได้ไม่ชัดพอ)



พาร์ทเเกรมม่าร์


- งานกลุ่ม

อย่างตอนที่เล่าเรื่อง 整形美人 กลุ่มเราก็ใช้รูป た เล่าเรื่องหมดเลย เเล้วได้ FB กลับมาว่าสำหรับการเล่าเรื่องเเล้วรูป た มันดู 不自然 เราเลยพยายามเเก้ใช้สลับเหตุการณ์ในอีดกับปัจจุบันอย่างใน 赤ちゃん กับ งานเเก้เรื่องผี หลังจากเขียนจบเราอ่านงานทั้งหมดอีกครั้งเเล้วตัดสินให้อะไรเกิดก่อนหลังค่อยเเก้เเกรมม่าร์อีกที


- งานเดี่ยว 空想作文

ระวัง た ている ていた มากขึ้น ได้ FB เกี่ยวกับประธานไม่สอดคล้องกับกริยามาเเทน5555

จะเก็บเป็นข้อควรระวังต่อไป



ได้ข้อสรุปว่า....

➔  หลังจากคิดพล็อต ควรมีคนอ่านเช็คเนื้อเรื่องให้อีกที อย่าอ่านเเล้วเข้าใจอยู่คนเดียว





ประเด็นต่อมา....

การได้อ่านงานของคนอื่น

เราคิดว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่ดีอีกส่วนหนึ่ง เพราะเหมือนเราอ่านหนังสือ หรือ บทความ เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อจะนำมาปรับใช้ ในงานของตัวเอง หรือดูข้อที่เราคิดว่าตัวงานน่าจะเเก้ไข เเละพยายามอย่านำมาใช้ในงานของเรา


เช่น การประเมิน 忘れられない体験

เรื่องนี้เคยเขียนตอนส่ง Final ไปเเล้ว สรุปคร่าวๆ คือ ในงานทั้ง 9 ชิ้น มีทั้งงานที่เป็น Role Model ที่เราอ่านเเล้วสนุก อยากอ่านต่อ อยากต่อยอดให้เหนือกว่า กับงานที่ไม่สนุกเลย อย่าพยายามเขียนเเบบนั้น

การอ่านเเบบนี้ทำให้เรา 気着いた ว่าจุดไหนควรมี จุดไหนควรระวัง ก่อนที่จะเริ่มเขียนงานของตัวเอง




ได้ข้อสรุปว่า....

➔  ก่อนคิดพล็อต ควร List ก่อนว่าสิ่งไหนอยากให้มี สิ่งไหนไม่อยากให้มี ในเรื่อง








สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเขียน blog


หลังจากเล่าไปในหัวข้อเเรก

เพื่อไม่ให้ overlap กัน หัวข้อนี้จะเขียนเกี่ยวกับ Blog เเทน





เนื้อหามีความหลากหลายมาก 5555

เเต่ช่วงหลังอินกับ การเล่าเรื่อง เลยมีเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสาร มากเป็นพิเศษ


ไม่ว่าจะจากงานเขียน หรือการพูด อย่างที่บอกไปในข้างต้น

ว่าเราเป็นคนมี "ความกลัวเรื่องการสื่อสาร" อยู่เเล้ว


เราอยากจะก้าวข้ามความกลัวที่จะสื่อสาร ให้สื่อสารผ่าน Blog ให้คนอื่นเข้าใจให้ได้

ดีตรง Blog สามารถลบเเก้ลบเเก้ได้จนกว่าจะ publish ทำให้เราทบทวนงานตัวเองซ้ำ

เเละรู้สึกได้ว่าการเขียนเเต่ละ Blog ใช้เวลาน้อยขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะเราสามารถเเยกเเยะ KEY ที่อยากสื่อสารให้ผู้อ่านออกมาเขียนได้บ้างเเล้วหลังจากที่ต้องอ่านงานนู้นงานนี้


การเขียน Blog ทำให้เรียงลำดับความคิดเเละข้อมูลดีขึ้น


เเละ



การเขียน Blog ทำให้เราก้าวข้ามความกลัวที่จะต้องอ่านงานวิชาการไปได้


เเรงบันดาลใจส่วนนึงก็มาจากอ.ที่นำเสนอบทความวิชาการที่ถ้าไปอ่านเองมันยาก

เเต่อาจารย์ก็อธิบายอย่างง่ายให้เข้าใจได้ ///ซาบซึ้ง

เลยอยากลองทำดูบ้าง อยากที่จะสื่อสารงานวิชาการให้เพื่อนอ่านดูบ้าง






หลังจาก 内省 เเล้วกลับมาทำให้ได้ : これから絶対できる!

1. Stay motivated!


เป็นคนเบื่อง่ายมาก ยอมรับเลยว่าพอเขียนไปได้ blogs 2 เเรกเเล้วหมดไฟในการเขียน

พยายามหาเนื้อหามาเขียนนานมาก เเต่ก็ไม่ได้ลงมือเขียนสักที

พอได้เนื้อหาปุ๊ปก็เขียนรวดเดียวเลย หลังจากนี้คงต้อง Stay motivated! ให้ต่อเนื่องให้ได้


2. 文法 & 語彙

ต้องทบทวนบ้างเเล้ว พอไม่ได้เขียนนานๆ ศัพท์หรือรูปเเกรมม่าร์ก็นึกไม่ค่อยออก เจ็บใจ

3. การใส่อารมณ์ในการเล่าเรื่อง

ต้องใส่ んです。んじゃない。んだけど。 ね。でしょ。ให้มากขึ้นเพื่อให้งานเขียน smooth






Pizza&Taco




 
 
 

Comments


©2020 by StoryofSerenity. Proudly created with Wix.com

bottom of page