私の物語
- Pizza&Taco
- Mar 13, 2020
- 1 min read
Updated: Mar 16, 2020
[Assignment] พูดหรือเขียนอย่างไรให้ชาญฉลาด 内省
การที่จะตอบคำถามนี้ได้นั้น
ทำให้ต้องหันมามองงานเขียน 作文 、レポート ของตัวเอง
รวมถึงพิจารณางานเขียนเก่ง ๆ ของเพื่อน ๆ สมัยวิชา JP Writing
Points ที่คิดว่าสำคัญมาก :
根拠 例 多方的
根拠 :
คำถามที่เกลียดที่สุดในทุกข้อสอบตั้งเเต่มัธยมยันเข้ามหาวิทยาลัยคือ
"จากบทความที่ได้อ่าน ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร "
.................... (ภาพที่ลอยขึ้นมาในหัว)

ทุกงานเขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อ convince ให้ผู้อ่านได้คิดว่ารู้สึกเห็นด้วยหรือไม่กับจุดยืนของผู้เขียน
เเล้วผู้เขียนจะทำอย่างไรให้ผู้อ่านเชื่อล่ะ ? คำตอบคือ Point ข้อนี้ 【根拠】
การให้เหตุผล/หลักฐานประกอบ จะทำให้ผู้อ่านคล้อยตามว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นดูน่าเชื่อถือ มีหลักการ หนักเเน่น
ยกตัวอย่างเช่น เกม warewolf คนที่จับได้เป็นหมาป่าต้องเเกล้งปลอมตัวเป็นชาวบ้านในตอนกลางวัน เเละลอบฆ่าชาวบ้านคนอื่น ๆ ในตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นในตอนกลางวัน ทุกคนจะต้องหาหมาป่าให้พบ หมาป่าจะพยายามใช้หลักฐานต่าง ๆ มาหลอกให้คนหลงเชื่อว่าตัวเองเป็นชาวบ้านธรรมดา เหมือนอย่างเทคนิคการใช้ 【根拠】
内省: หากเป็นสมัยเขียน作文ใหม่ ๆ ชอบเผลอใช้คำ abstract อย่าง ・・・が多い、少ない ซึ่งไม่ระบุจำนวนที่เเน่นอน เเละมักได้รับการเเก้ไขกลับมา คำเหล่านี้มีความหมายกว้างเเละหากวัดจากบรรทัดฐานของเเต่ละคนก็อาจจะเป็นจำนวนที่ไม่เท่ากัน ไม่สามารถ convince ผู้อ่านได้น่าเชื่อถือมากพอ เเต่จะไม่ค่อยพลาดจุดนี้หากทำรีเสิร์ชมากพอ เพราะเมื่อเราได้ข้อมูลมามากพอ เเล้วเรียบเรียงให้เป็นลำดับขั้น เหมือนผู้อ่านอ่านเเล้วทำความเข้าใจไปพร้อมกับเรา งานเขียนของเราก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
例 :
เคยไหมที่กดเข้าไปอ่านนิยามใน Wikipedia เเล้วเจอเเต่ terms ที่ทำให้งงกว่าเดิม
ไม่ต้องไปไหนไกล ถ้าในบทความนั้นมีคำว่า lexicon, semantic, discourse analysis
หรือ เปิดพจนานุกรม หาศัพท์ เเล้วตายตั้งเเต่ความหมายที่เเม้จะใช้คำง่ายๆอธิบาย เเต่เข้าใจยากมาก
คงอยากจะกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด เเล้วปิดคอมหนี (///เเต่ทำไม่ได้)

"งานเขียนก็เหมือนกัน"
การยกตัวอย่าง จะทำให้ผู้อ่านใช้ 想像力 มองข้อความของเราให้เป็นภาพ/เหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น
เเล้วการอ่านพารากราฟถัดไปก็สามารถเชื่อมโยงได้
内省: เป็นประเด็นที่เห็นชัดขึ้นมากในงานเขียนของตัวเอง เนื่องจากเมื่อก่อนติดนิสัยเขียนอะไรสั้น ๆ ไม่อธิบายอะไรเพิ่ม หรือข้ามศัพท์เฉพาะบางคำเพราะคิดว่าผู้อ่านต้องเข้าใจอยู่เเล้ว จนเซนย์เซย์เเนะนำมาว่าให้ やさしいกับผู้อ่านให้มากกว่านี้หน่อย ถึงพึ่งรู้สึกตัวว่าคงเหมือนกับตัวเองตอนอ่านบทความวิชาการต่าง ๆ เเล้วหมดเเรงตั้งเเต่ต้น (ทั้งนี้ ความต่างจะอยู่ที่ว่าถ้าเป็นบทความวิชาการ ผู้ศึกษาต้องมีความเข้าใจ terms in particular field อยู่เเล้ว) ในงานเขียนของตัวเองจึงมีการยกตัวอย่างเป็นประโยค หรือ สมมติเหตุการณ์เข้ามา เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่ใช่เพียง 例えば、N,N,N เเล้วตัดจบ
多方的:
ในคาบ Conversation เมื่อต้อง Debate ที... คือเหงื่อเเตก
เพราะเราต้องคิดทั้งข้อสนับสนุนฝั่งทีมเรา เเละข้อโต้เเย้งของฝั่งตรงข้าม
สวมวิญญาณน้อง นุต้องรอด !

ให้นึกภาพคล้ายๆกับเมื่อตอนเราเขียน essay Pros&Cons ที่เเทบจะตีกันเองในหัวว่าจะเชียร์ฝั่งไหน
เหตุผลฝั่งนู้นก็ดี เเต่เหตุผลฝั่งเราก็เข้าท่า... ปวดหัว
"การพิจารณาหลาย ๆ 視点" จะช่วยทำให้ผู้เขียนดูมีความรู้รอบด้าน เเละเป็นงานเขียนที่มองจากมุมมองหลายฝั่ง หากจะให้เห็นภาพชัดขึ้น หากเราเสพข่าวเเต่ช่องเนชั่น เราจะเชียร์ฝั่งรัฐบาล เเต่หากเราเสพข่าวมากกว่า1ช่อง จะเห็นเลยว่าเเม้เเต่ข่าวเรื่องเดียวกัน เปลี่ยนเเหล่งข้อมูล สารที่สื่อมาเปลี่ยนทันที
内省: ยอมรับว่า Point ข้อนี้ยากที่สุด เพราะเมื่อพิจารณาหลายมุมมองเเล้ว อาจทำให้งานเขียนของเราไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน เเละค่อนข้างพลาดจุดนี้บ่อย จะพยายามฝึกฝนให้มากขึ้น เเต่หากได้รับคำเเนะนำก็น่าจะเห็นทางได้ไวขึ้น
-P-



Comments