top of page
Search

ナラティブと話題

  • Pizza&Taco
  • May 1, 2020
  • 2 min read





ไม่ว่าจะงานกลุ่ม , งานเดี่ยว , 一分スピーチ บลา ๆ

あみだくじ คือความหวังของเรา !

หัวข้อไหนปัง หัวข้อไหนบ้ง ชี้เป็นชี้ตายกันไปเลย

.

.

.

เอ๊ะ เเต่จะเป็นอย่างนั้นเสมอไปรึเปล่า ?




วันนี้ จะพามาดูว่าเมื่อผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ต้องมาเล่า Story-Telling คนละ 2 หัวข้อ เเล้ว...


"หัวข้อ" ส่งผลต่อความสามารถในการเล่าเรื่องหรือไม่ ?

หัวข้อที่ทุกคนได้ : "ประสบการณ์เลือดออกยางตก" กับ "ความทรงจำในวัยเด็ก"

.

.

.


คุณเหลือเวลาอีก 10 วินาที !!!!!!!!!!!! (เสียงเชฟป้อม)




อย่าพึ่งตกใจไป! เรามาดูเกณฑ์ให้คะเเนนกันก่อน


ตามนี้

  1. ความถูกต้องของเเกรมม่าร์

  2. ความคล่อง

  3. เนื้อเรื่อง



โดยเราจะมาดูส่วนที่ 3 หรือส่วนของ "เนื้อเรื่อง (qualitative evaluation)" ว่า narrative structure เป็นยังไง ???


มี 2 ทฤษฎี ที่ใช้เป็นเกณฑ์หลักๆในงานวิจัยชิ้นนี้ คือทฤษฎีของ Labov(1972) เเละของของ Hopper(1979) โดย Labov เเบ่ง narrative structure ออกเป็น 6 องค์ประกอบ 

เราจะมาเริ่มจากตัวอย่างกันก่อน เเล้วให้เดาๆว่าว่าส่วนนี้น่าจะหมายถึงอะไร



"ประสบการณ์เลือดออกยางตก"

  1. Abstract :  結構ひどいけがあったんですが・・・

  2. Orientation : 子供の時に・・・ 

  3. Complication : そのトラクターに近く行って

  4. Evaluation : けど、痛かった。

  5. Report Speech : 医者がちょっとX-RAYとんなきゃいけない

  6. Coda : じゃーそれだけです。


"ความทรงจำในวัยเด็ก"

  1. Abstract :  皆にハワイ旅行くれた時の思い出。

  2. Orientation : 子供の時に・・・ 

  3. Complication : で、お母さんに電話したんですよ。

  4. Evaluation : いい時だった。

  5. Report Speech : なので、お父さんが「はい、よろしい」と言った。

  6. Coda : まあ、それくらいかな。




ถ้าลองเอา 2 หัวข้อมาเทียบกัน คิดว่าข้อไหนเดายากที่สุด ?


งั้นเรามาดูเฉลยกัน !!




เเละทางฝั่ง Hopper เเบ่ง narrative structure ออกเป็น 2 ส่วนเช่นกัน

  • Foreground information : Skeletal structure (sequence of event related to timeline)

ซ้อนทับกับ complicating action,

  • Background information : Supportive narrative

ซ้อนทับกับ orientation, evaluation,report speech





หรือกล่าวโดยสรุปง่ายๆคือการเล่าเรื่อง ต้องมี "ส่วนหลัก" เเละ "ส่วนเสริม"ที่ทำให้เรื่องสมบูรณ์นั่นเอง!!





มาดูบทสรุปกันนน


จากงานวิจัยข้างต้น ทำให้เเบ่งผู้เรียนได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Advance เเละกลุ่ม intermediate




Quantitative Results

>>> = มากกว่ามาก

>> = มากกว่าหน่อย

> = มากกว่า


1. ปริมาณส่วน Orientation

กลุ่ม Advance ==> "ความทรงจำในวัยเด็ก" >>> "ประสบการณ์เลือดออกยางตก"

กลุ่ม intermediate ==> "ความทรงจำในวัยเด็ก" > "ประสบการณ์เลือดออกยางตก"



2. ปริมาณส่วน Complicating action

กลุ่ม Advance ==> เท่าๆ กัน

กลุ่ม intermediate ==> "ประสบการณ์เลือดออกยางตก" > "ความทรงจำในวัยเด็ก"



3. ปริมาณส่วน Evaluation

กลุ่ม Advance ==> "ประสบการณ์เลือดออกยางตก" >>> "ความทรงจำในวัยเด็ก"

กลุ่ม intermediate ==> "ประสบการณ์เลือดออกยางตก" > "ความทรงจำในวัยเด็ก"

4.ปริมาณส่วน Report Speech

กลุ่ม Advance ==> "ประสบการณ์เลือดออกยางตก" >>> "ความทรงจำในวัยเด็ก"

กลุ่ม intermediate ==> "ความทรงจำในวัยเด็ก" > "ประสบการณ์เลือดออกยางตก"





 จากข้อมูลด้านต้นทำให้เห็นว่า การให้ลำดับความสำคัญ ของผู้เรียนทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน 
(= เห็นตรงกันว่าเรื่องนี้ควรเน้นที่ส่วนไหน = มีองค์ประกอบ narrative structure ครบ) 
 

โดยปกติเเล้วความยาวประโยคของกลุ่ม Advance จะมากกว่า 
เเต่เมื่อจำกัดความยาว ก็ยังมีอัตราส่วนการใช้ มากกว่า กลุ่ม intermediate

ทำให้เห็นว่า 
ไม่ว่าหัวข้อไหน ความสามารถทางภาษาเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพในการเล่าเรื่อง
= หัวข้อไม่มีผลต่อการเล่าเรื่อง




Pizza & Taco







Pizza & Taco


เป็นไงกันบ้างคะ ? เดาถูกกันบ้างมั้ย5555

บทความนี้ต้องการเสนองานวิจัยชิ้นนี้ หากเเต่ตัว Pizza&Taco เองก็ยังเเอบตกใจกับผล

(ใช่สิ เราจับได้ 好きなもの กับเพื่อนที่จับได้ バンコクの将来 ตอน一分スピーチตอนคือกรี๊สส)

อาจจะต้องให้คนๆเดียวกันลองพูดสองเรื่องเหมือนในงานวิจัยชิ้นนี้ก็ได้นะคะ





Reference

- Masahiko Minami (2016)The influence of topic choice on narrative proficiency by learners of Japanese Handbook of Japanese Applied Linguistics , 223-251





 
 
 

Comments


©2020 by StoryofSerenity. Proudly created with Wix.com

bottom of page